เตือนนายจ้าง! เลิกจ้างไม่ถูกต้อง เสี่ยงโทษอาญา 

เตือนนายจ้าง! เลิกจ้างไม่ถูกต้อง เสี่ยงโทษอาญา

ในฐานะ “นายจ้าง” หรือ “ผู้บริหารธุรกิจ” การเลิกจ้างพนักงานอาจดูเป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการองค์กร แต่รู้หรือไม่ว่า? หากเลิกจ้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เพียงแต่จะทำให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนมากเท่านั้น แต่ในบางกรณีอาจร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดใน คดีอาญา และถูกดำเนินคดีจนเสียหายทั้งชื่อเสียงและธุรกิจเลยทีเดียว!

บทความนี้จึงขอเตือนนายจ้างให้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจตามมา และแนะนำแนวทางในการป้องกันปัญหา โทษอาญา ที่อาจเกิดขึ้นจากการเลิกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

การเลิกจ้างที่ไม่ถูกต้องมีผลอย่างไร?

การเลิกจ้างที่ไม่ถูกต้อง คือ การเลิกจ้างโดยไม่ได้มีเหตุอันสมควร หรือไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เช่น

  • เลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
  • เลิกจ้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
  • เลิกจ้างเพราะเลือกปฏิบัติ เช่น เลือกปฏิบัติต่อพนักงานหญิง หรือผู้ตั้งครรภ์
  • เลิกจ้างเพื่อกลั่นแกล้ง หรือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ซึ่งในบางกรณี การกระทำเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็นความผิดใน คดีอาญา ตามกฎหมายแรงงาน หรือแม้แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การข่มขืนใจ การดูหมิ่น หรือการกระทำที่เข้าข่ายล่วงละเมิดเสรีภาพพนักงาน

กรณีใดบ้างที่เลิกจ้างอาจเข้าข่าย โทษอาญา

  1. ข่มขู่พนักงานให้เซ็นใบลาออก
    หากนายจ้างใช้วิธีการกดดัน ข่มขู่ หรือสร้างสถานการณ์บีบบังคับให้พนักงานลาออก โดยไม่มีเจตนาให้ลาออกอย่างสมัครใจ อาจเข้าข่าย “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน
    หากเลิกจ้างโดยนำข้อมูลส่วนตัวมาใช้กล่าวหาหรือประจาน อาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ และเข้าข่ายความผิดตาม คดีอาญา
  3. เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
    เช่น เลิกจ้างพนักงานเฉพาะเพศใดเพศหนึ่ง หรือเพราะเหตุแห่งความพิการ ศาสนา ฯลฯ หากมีการฟ้องร้อง อาจถูกดำเนินคดีฐานเลือกปฏิบัติอย่างไม่ชอบธรรม
  4. เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
    แม้ไม่ใช่คดีอาญาโดยตรง แต่หากเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลแรงงาน หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ก็อาจถูกลงโทษทางอาญาได้

นายจ้างควรป้องกันอย่างไร?

  1. มีเหตุผลชัดเจนและเป็นธรรม
    ควรมีหลักฐานรองรับ เช่น การประเมินผลงาน บันทึกการทำผิดระเบียบ หรือหนังสือเตือนอย่างเป็นทางการ ก่อนดำเนินการเลิกจ้าง
  2. ทำตามขั้นตอนกฎหมายแรงงาน
    เช่น แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด จ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน และให้พนักงานรับทราบอย่างชัดเจน
  3. หลีกเลี่ยงการข่มขู่หรือกดดันพนักงาน
    หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง หรือบีบบังคับพนักงานให้ลาออก เพราะอาจถูกตีความว่าเป็นการข่มขืนใจ
  4. ขอคำปรึกษาทางกฎหมายก่อนเลิกจ้าง
    โดยเฉพาะในกรณีที่ซับซ้อน หรือเกี่ยวพันกับพนักงานที่มีลักษณะพิเศษ เช่น ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ หรือตำแหน่งบริหาร

ทางออกสำหรับนายจ้าง ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายโดยเฉพาะ คดีอาญา ที่อาจเกิดจากการเลิกจ้างไม่เหมาะสม ขอแนะนำให้นายจ้างใช้บริการจากสำนักงานกฎหมายที่เชี่ยวชาญอย่าง สำนักงานกฎหมายสรศักย์

  • ทีมทนายความแรงงานพร้อมให้คำปรึกษาเฉพาะกรณี
  • ช่วยประเมินความเสี่ยงและร่างเอกสารเลิกจ้างอย่างถูกต้อง
  • ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าชดเชยเกินจริง

ปกป้องชื่อเสียงและผลประโยชน์ของบริษัทในระยะยาว

“เลิกจ้าง” อย่างไม่รอบคอบ อาจนำมาซึ่งโทษทั้งทางแพ่งและ โทษอาญา ที่นายจ้างคาดไม่ถึง การมีทนายความคอยให้คำปรึกษาจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมั่นคง ปลอดภัยตามกฎหมาย

หากคุณคือเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารที่ต้องการเลิกจ้างพนักงานอย่างถูกต้อง ปรึกษาทีมกฎหมายจาก สำนักงานกฎหมายสรศักย์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจบานปลายสู่คดีความ

ทางบริษัทของเรามีทีมทนายความให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของคดี พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลที่จำเป็น และนำเสนอแนวทางหรือทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับลูกความ ทั้งนี้เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จและนำไปสู่การชนะในคดีความค่ะ


ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาทางกฎหมายวันนี้

บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์ และที่ปรึกษาสากล จำกัด 49/78 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

เบอร์โทร: 081-692-2428, 094-879-5865

Facebook: Sorasak Lawfirm 

Email: Admin@sorasaklaw.com, sorasak@sorasaklaw.com 

Line: 081-692-2428, @928xlctv

Website: บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์และที่ปรึกษาสากล จำกัด