,

เรื่องเล่าจากคดี (1) บริษัทมิจฉาชีพ

เรื่องเล่าจากคดี (1) บริษัทมิจฉาชีพ

ในยุคปัจจุบัน การระดมทุนผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพก็อาศัยช่องโหว่เหล่านี้มาหลอกลวงประชาชนอยู่เสมอ หนึ่งในรูปแบบที่พบได้บ่อยคือ การตั้งบริษัทจำกัดเพื่อมาหลอกระดมทุน โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง 

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเราก็ได้รับคดีความในลักษณะดังกล่าว โดยลูกความมาปรึกษาหาแนวทางดำเนินคดี สรุปสั้นๆ ได้ว่า มีการประกาศในเว็ปไซด์หนึ่งลงข้อความในทำนองว่า “เป็นบริษัทจำกัด กำลังมองหาผู้ร่วมลงทุน และให้ผลตอบแทนสูง” และแน่นอนว่าบริษัทดังกล่าวยังนำกฎหมายมาอ้างว่า “เราจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทผ่านกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นเรามีตัวตนจริง ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการหลอกลวงอย่างแน่นอน” สุดท้ายลูกความหลงเชื่อลงทุนไปหลายล้านเห็นจะได้ ล่าสุดตอนนี้เว็บไซต์ปิดตัว บริษัทที่ตั้งหายไปอย่างไรร่องรอย คงเหลือแต่ต้องตามล่ากรรมการตัวแสบเพื่อให้มาชดใช้ในสิ่งที่ได้ก่อซึ่งก็เป็นเรื่องของคดีความกันต่อไป แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ใช้เราต้องตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพที่ขยันหาวิธีมาหลอกลวงได้ทุกวันนั้น ดังนั้นบทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อบอกแนวทางการตรวจสอบเหล่าพี่มิจที่มาในรูปแบบหลอกลงทุนในบริษัทมาให้ตรวจสอบเบื้องต้น ดังนี้

พฤติกรรมของมิจฉาชีพ

เรื่องเล่าจากคดี (1) บริษัทมิจฉาชีพ

มิจฉาชีพมักใช้วิธีการดังต่อไปนี้:

  • ตั้งบริษัทจำกัด: จะจดทะเบียนบริษัทจำกัดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยใช้ชื่อบริษัทและทะเบียนการค้าหลอกลวง
  • เสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: จะเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เช่น 10% ต่อเดือน หรือ 100% ต่อปี เพื่อดึงดูดเหยื่อ
  • สร้างเรื่องราวหลอกลวง: จะสร้างเรื่องราวหลอกลวงเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น อ้างว่ามีเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือมีทีมงานที่มีประสบการณ์สูง หรืออ้างว่ามีลูกค้าอยู่ในมือเยอะแต่ขาดเงินลงทุน
  • รีวิวปลอม: จะสร้างรีวิวปลอมหรือใช้คำชมจากบุคคลที่ไม่ทราบที่มาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • เร่งรัดให้ตัดสินใจ: มักจะเร่งรัดให้เหยื่อตัดสินใจลงทุนโดยอ้างว่ามีจำนวนจำกัด มีคนสนใจเยอะจะเลือกได้เพียงไม่กี่คน หรือมีโปรโมชันพิเศษ

วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นเบื้องต้น

ก่อนตัดสินใจลงทุนกับบริษัทใดๆ ควรตรวจสอบเบื้องต้นดังนี้:

  1. ตรวจสอบข้อมูลบริษัท: ตรวจสอบข้อมูลบริษัทจากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าบริษัทจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ สำหรับเว็บไซต์ที่ใช่สำหรับตรวจสอบคือ https://datawarehouse.dbd.go.th/index ซึ่งจะมีข้อมูลของนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ และเพื่อใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ โดยจะกล่าวในลำดับถัดไป
  2. ตรวจสอบผลประกอบการ: ตรวจสอบงบการเงินโดยสามารถตรวจสอบได้จากช่องทางตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นในหัวข้อ “ข้อมูลงบการเงิน” ว่าบริษัทมีผลประกอบการเป็นอย่างไร โดยมากหากเป็นบริษัทที่ไม่เคยมีประวัติส่งงบการเงินมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหากมีบริษัทไหนมาชักชวนแต่ดันไม่เคยยื่นงบมาก่อน หรือเปิดมาไม่ถึงปีและไม่มีข้อมูลงบการเงินเลย มีแนวโน้นจะเป็นบริษัทที่ตั้งมาเพื่อหลอกให้ลงทุนแทบทั้งสิ้น
  3. ตรวจสอบกรรมการบริษัท: ตรวจสอบข้อมูลผู้บริหารของบริษัท ว่ามีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือหรือไม่ และให้ดูถึงอำนาจในการลงนามหากยิ่งกำหนดว่ามีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่น่าเชื่อถือ เพราะการที่กำหนดในลักษณะดังกล่าวย่อมเป็นการให้ตัวกรรมการสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไร้คนตรวจสอบ จะให้ดีอย่างน้อยควรกำหนดให้มีกรรมการตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อให้มีการใช้อำนาจในลักษณะคานกันเอง แต่การตรวจสอบในลักษณะนี้อาจจะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพหากพี่มิจกระทำการเป็นลักษณะขบวนการ
  4. รู้ทันข้อกฎหมาย: สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ บริษัทจำกัดไม่สามารถประกาศเชิญชวนระดมทุนได้ ดังนั้นหากเห็นบริษัทจำกัดมีการประกาศหาคนร่วมลงทุน ให้คิดได้เลยว่าเป็นพี่มิจแน่นอน 100% 

ข้อกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1102 

ห้ามมิให้ชี้ชวนประชาชนให้ซื้อหุ้น

เรื่องเล่าจากคดี (1) บริษัทมิจฉาชีพ

สำนักงานทนายความสรศักย์ ที่ปรึกษากฎหมายชั้นนำในไทย พร้อมให้คำปรึกษาและการสนับสนุนทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบเพื่อการแก้ไขข้อพิพาทและการดำเนินการต่างๆ ถูกต้องและได้ผลลัพธ์อย่างดีที่สุด ติดต่อที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์และที่ปรึกษาสากล จำกัด 49/78 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700 หรือ 

โทร: 081-692-2428, 094-879-5865

Facebook: บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์และที่ปรึกษาสากล จำกัด

Line: Sorasak

 

ฐิตวันต์ เทียรฆศิริ

อ้างอิง: https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2565/091265.pdf