ไม่มีพินัยกรรม ฟ้องแบ่งมรดกอย่างไร? รวมข้อกฎหมายและวิธีดำเนินการ

เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิตโดยไม่ทิ้งพินัยกรรมไว้ ญาติพี่น้องมักเกิดข้อสงสัยว่า “ควรเริ่มต้นจัดการมรดกอย่างไร?” หรือ “ถ้าไม่ลงรอยกันเรื่องทรัพย์สิน จะฟ้องแบ่งมรดกได้หรือไม่?” ซึ่งคำตอบคือ “ได้” และกระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดมรดก ซึ่งเราจะพาไปรู้จักขั้นตอนต่าง ๆ ในคดีมรดกแบบเข้าใจง่าย พร้อมทางออกสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหานี้

มรดกคืออะไร และใครเป็นทายาทโดยธรรม?

มรดก หมายถึง ทรัพย์สินที่ผู้เสียชีวิตมีอยู่ก่อนตาย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน เงินฝาก รถยนต์ หรือแม้แต่หนี้สิน ซึ่งตามกฎหมายจะตกทอดแก่ “ทายาทโดยธรรม”

หากไม่มีพินัยกรรม ทายาทที่มีสิทธิรับมรดก จะต้องเรียงตามลำดับ ดังนี้:

  1. ผู้สืบสันดาน (เช่น บุตร)
  2. บิดา-มารดา
  3. พี่น้องร่วมบิดามารดา
  4. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา
  5. ปู่ ย่า ตา ยาย
  6. ลุง ป้า น้า อา

คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีสิทธิได้รับมรดกร่วมด้วย โดยแบ่งตามกฎหมาย

อ่านเพิ่มเติม: รอบรู้เรื่องกฎหมายมรดก ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ มีใครบ้าง

ถ้าไม่มีพินัยกรรม ต้องเริ่มอย่างไร?

เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิตโดยไม่ทำพินัยกรรมไว้ ญาติผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการฟ้องคดีมรดกเพื่อ “ขอศาลตั้งผู้จัดการมรดก” ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ร้องต้องเป็นทายาท หรือผู้มีส่วนได้เสีย ยื่นคำร้องต่อศาลในเขตที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนา หรือทรัพย์สินอยู่

2. แจ้งชื่อทายาทและทรัพย์สินมรดก ศาลจะให้ระบุรายละเอียดทรัพย์สินมรดก และบุคคลที่มีสิทธิ์รับมรดก เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการแบ่งทรัพย์หรือไม่

3. นัดไต่สวน ศาลจะไต่สวนข้อเท็จจริง หากไม่มีการคัดค้าน และเห็นว่าเหมาะสม ศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมา

เมื่อมีข้อพิพาท จำเป็นต้อง “ฟ้องแบ่งมรดก”

หากทายาทไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการแบ่งทรัพย์ หรือมีผู้ไม่ยอมให้ข้อมูลทรัพย์มรดกอย่างโปร่งใส ทายาทคนอื่นมีสิทธิ “ฟ้องคดีมรดก” เพื่อขอแบ่งทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย

คดีมรดกแบบฟ้องแบ่งมีประเด็นหลัก ดังนี้

  • ยืนยันความเป็นทายาท
  • ระบุรายละเอียดทรัพย์มรดก
  • ขอให้ศาลพิพากษาแบ่งมรดกตามส่วนที่แต่ละคนควรได้รับ

ตัวอย่าง: ถ้าผู้เสียชีวิตมีลูก 3 คน และไม่มีพินัยกรรม มรดกต้องแบ่งเท่ากันคนละ 1/3 โดยไม่ขึ้นกับว่าใครอยู่กับพ่อแม่หรือใครเป็นคนดูแลก่อนเสียชีวิต

สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

เมื่อศาลตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว บุคคลนั้นจะมีหน้าที่ดังนี้:

  • รวบรวมทรัพย์สินของเจ้ามรดก
  • ชำระหนี้สินที่เจ้ามรดกค้างอยู่
  • จัดแบ่งทรัพย์สินตามกฎหมาย
  • รายงานต่อศาลอย่างโปร่งใส

หากผู้จัดการมรดกทำหน้าที่โดยไม่โปร่งใส ทายาทสามารถร้องขอต่อศาลให้ปลดออก และตั้งใหม่ได้

เอกสารที่ใช้ในการยื่นคดีมรดก

  • สูติบัตร / ทะเบียนบ้านของทายาท
  • มรณบัตรของผู้เสียชีวิต
  • หลักฐานทรัพย์สิน (โฉนด, สมุดบัญชี, ทะเบียนรถ ฯลฯ)
  • หลักฐานแสดงความเป็นทายาท (ทะเบียนสมรส, ใบเกิด)

ระยะเวลาฟ้องคดีมรดก

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ให้สิทธิทายาทในการฟ้องขอแบ่งมรดกได้ ภายใน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม แต่ถ้ามีผู้ยึดถือมรดกไปโดยไม่ชอบ ทายาทสามารถฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่รู้ว่าใครเป็นผู้ถือครอง

ทำไมควรมีทนายความช่วยดูแลคดีมรดก?

แม้คดีมรดกดูเหมือนเป็นเรื่องครอบครัว แต่ในความจริงมักมีรายละเอียดซับซ้อน เช่น การตีความเอกสาร การพิสูจน์สิทธิของแต่ละฝ่าย หรือการตรวจสอบทรัพย์สินแอบแฝง การมีทนายความที่ชำนาญจึงช่วยให้:

  • วางกลยุทธ์คดีอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดความขัดแย้งในครอบครัว
  • รักษาสิทธิของลูกความอย่างถูกต้อง

ให้ “สำนักงานกฎหมายสรศักย์ และที่ปรึกษาสากล จำกัด” ช่วยดูแลคดีมรดกของคุณ

หากคุณกำลังเผชิญปัญหามรดก ไม่ว่าจะเป็น:

  • การฟ้องขอจัดการมรดก
  • การฟ้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างทายาท
  • การคัดค้านสิทธิ์ผู้จัดการมรดก
  • หรือคดีอื่น ๆ เกี่ยวกับ คดีมรดก

สำนักงานกฎหมายสรศักย์ และที่ปรึกษาสากล จำกัด พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมทนายผู้เชี่ยวชาญด้านคดีครอบครัวและมรดก พร้อมช่วยคุณดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ติดต่อเราได้ทันที เพื่อให้ทุกการจัดการมรดกของคุณเป็นเรื่องที่ “เรียบร้อย ถูกต้อง และเป็นธรรม”

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาทางกฎหมายวันนี้

บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์ และที่ปรึกษาสากล จำกัด 49/78 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

เบอร์โทร: 081-692-2428, 094-879-5865

Facebook: Sorasak Lawfirm 

Email: Admin@sorasaklaw.com, sorasak@sorasaklaw.com 

Line: 081-692-2428, @928xlctv

Website: บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์และที่ปรึกษาสากล จำกัด