แยกให้ออก! ยักยอกทรัพย์ vs ลักทรัพย์ ต่างกันตรงไหน?

แยกให้ออก! ยักยอกทรัพย์ vs ลักทรัพย์ ต่างกันตรงไหน?

ในโลกธุรกิจ การรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพนักงานมีบทบาทในการดูแลหรือจัดการทรัพย์สินของบริษัท การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ยักยอกทรัพย์” และ “ลักทรัพย์” จะช่วยให้นายจ้างสามารถป้องกันและจัดการกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​

ความแตกต่างระหว่าง “ยักยอกทรัพย์” และ “ลักทรัพย์”

ยักยอกทรัพย์ คือ การที่บุคคลที่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น เช่น พนักงาน ผู้จัดการ หรือกรรมการบริษัท แอบนำทรัพย์สินนั้นไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะมีสิทธิ์ในการครอบครอง แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทุจริตและผิดกฎหมาย

ลักทรัพย์ คือ การที่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่น แอบนำทรัพย์สินนั้นไปโดยไม่ทราบหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของทรัพย์สิน การกระทำนี้ถือเป็นความผิดทางอาญา

ผลกระทบต่อบริษัท

การที่พนักงานยักยอกทรัพย์หรือขโมยทรัพย์สินของบริษัทไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทสูญเสียทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ การเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ​

สิทธิของนายจ้าง

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคท้าย นายจ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างพนักงานที่กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยหรือค่าบอกกล่าวล่วงหน้า​

วิธีป้องกันและจัดการ

  1. กำหนดนโยบายและระเบียบการที่ชัดเจน: นายจ้างควรกำหนดนโยบายและระเบียบการเกี่ยวกับการดูแลและจัดการทรัพย์สินของบริษัทอย่างชัดเจน เพื่อให้พนักงานทราบถึงความรับผิดชอบและข้อห้ามที่เกี่ยวข้อง​
  2. การตรวจสอบและติดตาม: การมีระบบการตรวจสอบและติดตามทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้นายจ้างสามารถตรวจพบการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลได้อย่างรวดเร็ว​
  3. การฝึกอบรมและสร้างจิตสำนึก: การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับจริยธรรมและความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สินของบริษัท จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว​
  4. การดำเนินการทางกฎหมาย: หากพบว่าพนักงานกระทำความผิด นายจ้างควรดำเนินการทางกฎหมายอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านอาญาและแพ่ง เพื่อปกป้องสิทธิ์และทรัพย์สินของบริษัท

การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ยักยอกทรัพย์” และ “ลักทรัพย์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนายจ้างในการป้องกันและจัดการกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายในองค์กร การมีนโยบายที่ชัดเจน การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และการฝึกอบรมพนักงาน จะช่วยให้นายจ้างสามารถรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินและความน่าเชื่อถือของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ​

หากต้องการคำปรึกษาด้านกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินภายในองค์กร หรือการดำเนินการทางกฎหมายเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อสำนักงานกฎหมายสรศักย์ เพื่อรับคำแนะนำจากทีมทนายความผู้เชี่ยวชาญได้ทันที

โดยบริษัทของเรามีทีมทนายความให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อประเมินความเป็นไปได้ของคดี พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลที่จำเป็น และนำเสนอแนวทางหรือทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับลูกความ ทั้งนี้เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จและนำไปสู่การชนะในคดีความค่ะ


ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาทางกฎหมายแรงงานวันนี้

บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์ และที่ปรึกษาสากล จำกัด 49/78 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

เบอร์โทร: 081-692-2428, 094-879-5865

Facebook: Sorasak Lawfirm 

Email: Admin@sorasaklaw.com, sorasak@sorasaklaw.com 

Line: 081-692-2428, @928xlctv

Website: บริษัท สำนักงานกฎหมายสรศักย์และที่ปรึกษาสากล จำกัด